Showing posts with label abroad. Show all posts
Showing posts with label abroad. Show all posts

Sep 16, 2017

Tokyo Trip SEP2017 - Again and Again

เวลาผ่านไปยังไม่ทันครึ่งปี ทริปญี่ปุ่นก็มาอีกแล้ว
คราวนี้เป็น Tokyo หน้าร้อนแบบกระทันหัน เนื่องจากมีน้องย้ายบริษัทแล้วมี gap ว่างประมาณครึ่งเดือน
ก็เลยหาที่เที่ยวกันระหว่างรอเริ่มงานใหม่ และก็แน่นอนว่าต้องเป็นญี่ปุ่น

ระหว่างหาตั๋วเครื่องบิน ก็มีโปรจาก expedia บิน JAL + ที่พัก 1 คืน
ราคาประมาณ 16k ต่อคน ซึ่งถือว่าก็ถูกสำหรับบินตรง
แต่พอหาไปหามา เจอว่ามี HK Airlines อีกเจ้า Transit ที่ HK ไม่นาน ประมาณชั่วโมงกว่า
ราคาแค่ 11k ต่อคน ต่างกันเกือบ 6 พัน สุดท้ายก็เลยตัดสินใจบินกับ HK Airlines (ซื้อผ่าน Expedia)
แต่มีข้อเสียแค่อย่างเดียวคนได้กระเป๋าคนละ 20 กก. เท่านั้น ซึ่งเอาจริงๆก็พอนะ ถ้า shop ไม่เยอะ หุหุ


ขามามีลุ้นนิดหน่อย เพราะขา กรุงเทพ - ฮ่องกง ดีเลย์ไปชั่วโมงกว่า
พอมาถึง HK ก็เป็นเวลา boarding ของ ฮ่องกง - โตเกียว พอดี ลุ้นมากกว่าเค้าจะรอมั๊ย
ซึ่งพอมาถึงก็ตามคาด มีพนักงานมายืนรอและพาเดินไปขึ้นเครื่องต่อ ซึ่งเดินเร็วมวากกกกกกกก
จ้ำอย่างเดียวจริงๆ สแกนกระเป๋านั่นนี่แล้วก็พามาต่อแถวขึ้นเครื่อง คือโคตรเหนื่อย แต่ดีที่ยังทัน
ขา ฮ่องกง - โตเกียว ก็มาถึงก่อนเวลานิดหน่อย


หลังจากนั้นก็รับกระเป๋า ผ่าน ตม. ซึ่งไม่ได้ยาก แล้วก็เดินทางไปที่พักกัน
เรานั่ง Keisei Skyline แบบด่วน ไปลง Nippori แล้วต่อ JR ไปลง Asakusabashi สถานีที่ใกล้ที่พักที่สุด
ที่พักรอบนี้เราจอง AIRBNB (ได้ข่าวว่าที่ญี่ปุ่นถูกกฏหมายแล้ว) หาอยู่พักนึงจนได้ห้องที่ถูกใจ
ก็คือ มีครัว มีห้องนั่งเล่น มี 2 ห้องนอน ห้องน้ำมีที่ฉีด แล้วก็อยู่ไม่ไกลสถานี
ราคาคืนละประมาณ 4000 บาท อยู่ 4 คนก็ถือว่าโอเค จริงๆห้องกว้างมาก นอน 6-8 คนได้เลย แต่ห้องน้ำห้องเดียวอาจจะลำบากหน่อย


ห้องนั่งเล่นมีโซฟาใหญ่นั่งสบายมาก โซฟาสีเนื้อนั้นกางออกมาเป็นที่นอนได้
ส่วนห้องทางซ้ายเป็นห้องนอน ห้องทางขวาเป็นห้องตากเสื้อ
ด้านหลังทีวีจริงๆเป็นระเบียงสามารถเปิดออกไปได้



ห้องนอนห้องนี้ไม่มีแอร์ในห้อง แต่แอร์จากห้องนั่งเล่นสามารถปรับให้เป่าลมเข้าไปได้


ห้องนี้จริงๆนอนได้ 4 คน แต่เรานอน 2 คน สบายมาก



มุมห้องคร้ว ครบมาก ทั้งไมโครเวฟ เตาแก๊ส เตาอบ หม้อหุงข้าว กาต้มน้ำ มีเครื่องดูดควัน
แถมที่นี่มีซุปเปอร์ใกล้ๆ บางมื้อก็ซื้อเนื้อมาย่างกิน


ห้องน้ำมีแบ่งโซนเป็นห้องอาบน้ำกับห้องส้วม ในนี้มีเครื่องซักผ้าแอบไว้ให้ด้วย

-------

หลังจากเก็บของอะไรเรียบร้อย ก็นั่งรถไฟจาก Asakusabashi (Metro) ไปลง Asakusa (Metro)
ประเดิมมื้อแรกด้วย Ichiran Ramen ซึ่งสาขานี้มีทั้งเป็นโต๊ะนั่งธรรมดา และคอกนั่งคนเดียว


อิ่มอร่อย กลับมาหลับฝันดี

Mar 4, 2017

JAPAN MAR2017 // Hello Nagoya

ประมาณเที่ยงคืน ขึ้นเครื่องอีกรอบ จุดหมายคือ Nagoya
พยายามจะหลับอยู่หลายรอบมากแต่ไม่สามารถจริงๆ หลับๆตื่นๆไปตลอดทาง



เช้าประมาณ หกโมง แอร์ปลุกมากินมื้อเช้า กินไม่ลงเลย กินได้แค่ผลไม้




8 โมงกว่าๆก็ Landing ถึง Nagoya โดยสวัสดิภาพ รับกระเป๋าแล้วก็ผ่าน ตม.ออกมา
ซื้อตั๋วรถ u-sky แล้วก็มุ่งหน้าเข้าเมืองเลย



ค่าตั๋วรถไฟ 1230 Yen (Fare 870 yen, Seat 360 yen)



มีที่หนีบตัวตรงนี้ตัว เอาไว้เวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจ ก็ก้มมาดู เราก็หลับยาว

ที่พักที่ Nagoya 1 คืนของเราคือ Toyoko Inn Nagoya-eki Shinkansen-guchi
ราคาสมาชิก ตกคืนละ 10,xxx yen ห้อง Double
เราไปถึงโรงแรมก็ 10 โมงกว่าๆละ ยัง Check-in ไม่ได้ เลยฝากกระเป๋าแล้วไปหาไรกินดีกว่า



ร้านที่ผู้ชายปักมาคือร้าน Ichibiki เป็นร้านข้าวหน้าปลาไหลย่าง
(มา Nagoya ก็ต้องกินปลาไหลเน๊อะ)
ร้านเปิด 11:30 เราเดินจากโรงแรมไปถึงร้านตอน 11 โมง คิวยาวแล้วจ้า

วิธีเดินไปทางโรงแรม




เราไปยืนต่อคิว แล้วก็มีผู้ชายอีกคนนึงมาต่อคิวเรา พนักงานที่ร้านออกมาเอาบัตรให้
แล้วก็เอาป้ายมาตั้งหลังจากผู้ชายข้างหลังเรา
ตอนแรกนึกว่าเป็นป้ายที่บอกว่าอันนี้หางแถวนะ ด้วยความอยากรู้ ผช ก็ไปยืนๆดู
เอา Google Translate ไปลองจ่อๆ แปลดู ปรากฏว่า น่าจะเป็นข้อความประมาณว่า หมดแล้วไรงี้
นี่แบบ เกือบมาไม่ทันกินแล้วนะเนี่ย โชคดีสุด



ญช สองคนข้างหน้าก็ไฮเปอร์มาก ขยับตลอดเวลา หรือหนาวก็ไม่รู้นะ
มีการให้ ผญ เดินไปซื้อข้าวปั้นกับน้ำมากินระหว่างรอคิว

พอ 11:30 ร้านเปิด เริ่มย่างปลาไหล เท่านั้นแหละ กลิ่นมาเลยจ้า



ปล่องควันข้างบนร้าน ลมพัดมาที อือฮือออ หอมมวากกกกกก
ยืนรออยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง (โคตรนาน) ในที่สุดก็ได้เข้าร้านซะที



ตอนใกล้ๆถึงคิว มายืนตรงหน้าร้าน เค้ามีที่ให้ดูคนย่างปลาไหลด้วย
แล้วก็มีคนย่างอยู่คนเดียว ค่อยๆบรรจงย่าง ก็เลยนาน

เข้าร้านมาพนักงานแจ้งว่า ขนาด Extra Large หมดแล้วนะ เราก็เออ Extra ก็ได้
จริงๆที่ Nagoya เค้าดังเรื่องข้าวหน้าปลาไหลสไตล์ Hitsumabushi นะ
ที่เป็นแบบ แบ่งสี่แล้วกินทีละแบบ
จริงๆร้านนี้ก็มี แต่เราอยากกินแบบธรรมดา



มาแล้ววว ปลาไหลร้านนี้ดีสุด กรอบนอกนุ่มใน เห็นแห้งๆงี้ กัดเข้าไปน้ำไหลออกมาเลย



ซุปในชุด มีตับปลาไหลมาให้ด้วย



กินเสร็จแล้วถึงจะได้มีโอกาสถ่ายรูปหน้าร้าน
ร้านนี้อร่อยมากจริงๆ ให้ยืนรอ 2 ชั่วโมงนี่ก็ว่าคุ้ม ใครผ่านไปผ่านมามีโอกาสขอให้ลอง



หลังจากกินอิ่มแล้ว จะไปปราสาท Nagoya ต่อ ผช บอก เดินกันเถอะ
อากาศหนาวๆงี้น่าจะโอเคเน๊อะ เดินก็เดินฟร่ะ







เก็บภาพหมาแมวระหว่างทางไปตามเรื่องตามราว



อยากออกกำลังกายนักใช่มั๊ย เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยพอ เริ่มเพลีย



ถึงแล้วจ้าาาาา
แต่ช้าก่อน ที่มาปราสาท Nagoya จริงๆเนี่ย ไม่ได้จะมาดูปราสาทหรอกนะ
แต่มันมีงาน Star wars ที่นี่ตะหาก กรี๊ดๆๆๆๆๆ



ซื้อตั๋วแบบไม่ลังเล ตั๋วนี่เข้าชมปราสาทได้ด้วย



ยังไม่ทันไปถึงไหน ก็มาถูกดักด้วยร้านขายของที่ระลึกซะก่อน
ค่าเสียหายอย่าให้เซด ไม่รับบัตรเครดิตอีกตะหาก วันแรกก็กระเป๋าเบาซะแล้ว



เข้าไปชมงาน Star wars ในปราสาทกัน แต่ว่าเค้าห้ามถ่ายรูป อดเลย
ในงานเอาของที่ใช้ถ่ายทำ Star wars มาโชว์ แล้วก็พวกคอสตูม
ได้ดูแล้วรู้สึกอิ่มใจตามประสาติ่ง เสียดายมันเป็นภาษาญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ อ่านไม่ออก งือออ



ดูงานเสร็จ ก็ออกจากปราสาทมาเลย แหะๆ อารมณ์อยากอาบน้ำโคตรๆ
คืนตั้งแต่เดินทางขึ้นเครื่องมา ก็ข้ามวันมาแล้ว น้ำเนิ้มยังไม่ได้อาบ แถมเดินมาโคตรเมื่อย
เลยตัดสินใจขึ้น Taxi แม่มเลย (วันแรกก็งี้ เปย์)
แต่เซนเซนเคยเล่าให้ฟังว่าค่า Taxi ที่ Nagoya ถูกกว่าเมืองอื่นไง start ถูกกว่า
เราก็ว่างั้นนะ นั่งนานเหมือนกันจากปราสาทกลับมาโรงแรม ก็ประมาณ 1,500 เยน
(เคยนั่งที่ซัปโปโระ ระยะสั้นจิ๊ดเดียวพันเยน)

เข้าห้อง อาบน้ำ เปลี่ยนชุด ออกมาซัดเครื่องดื่มร้อนๆ



เครื่องดื่ม Starbucks ประจำเทศกาลซากุระ
จากนั้นก็ไปหาอะไรกินกัน เดินวนๆอยู่แล้วโรงแรมนั่นแหละ เพราะก็เป็นแหล่งของกิน





ราเมงเส้นหญ่ายยยย

จากนั้นก็ Shopping ต่อเล็กน้อย แวะซื้อขนมซุปเปอร์มากิน
อ้อ ไป Nagoya Station เพื่อไปออกบัตร JR Central แล้วก็จองรถไฟที่เราจะไปนู้นนี้กัน
จัดการธุระทั้งหมดเรียบร้อย กลับห้องมาพักผ่อน นอนกินหนม



เชิ๊บๆๆ พรุ่งนี้เราจะไป Gero กัน เย้ๆ

Mar 3, 2017

JAPAN Trip MAR2017 // บินกัน

ทริปนี้เริ่มจากผ ผช เอาคลิปรายการ ITADAKIMASU ให้ดู แล้วรายการพาไป Gero Onsen
ซึ่งทริปก่อนหน้านู้นที่เราไป Takayama เราก็ผ่าน Gero แล้วมีคนลงสถานีนี้เยอะมาก
ตอนนั้นก็สงสัยว่าเมืองนี้มีอะไร ทำไมคนญี่ปุ่นลงไปกันเยอะ
พอดูรายการแล้วก็เลยรู้ว่าเมืองนี้เป็นเมืองออนเซ็นที่มีชื่อ ติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น
ก็เลยอยากไปบ้างละ ประจวบเหมาะมีโปร Singapore Airline
บินไปลง Nagoya กลับจาก Osaka ในราคา 12k ได้ นน. 30kg
ซึ่งถึงจะต้องไป Transit ที่ Singapore เหมือนๆกะบินอ้อม แต่ราคานี้กับสายการบิน 5 ดาวก็คิดว่ารับได้นะ

ซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้นานพอสมควร ตอนแรกก็ชิวๆ มีทริปญี่ปุ่นธันวามาปาดหน้าอีก
พอใกล้ๆเวลาจะไป ปรากฏว่ามีดันมีงานเข้า ทีนี้ที่ว่าจะแพลนอะไรก็ไม่มีเวลา
สุดท้ายก็เป็นทริปกึ่งๆดาบหน้า (ดีว่า ผช ปักร้านอาหารไว้บ้างแล้ว)



บินวันศุกร์ตอนหกโมงเย็น เช้าไปทำสีผม ต่อด้วยไปประชุมที่ออฟฟิศ
กลับมาเที่ยง อาบน้ำแต่งตัว ขับรถไปสุวรรณภูมิ รอบนี้เรารถไปจอดที่สนามบินเลย
ผช ทุ่มค่าจอด เพราะเบื่อจะตบตีกับ Taxi สนามบิน ฮ่าๆ



ตาม Step เดิมคือใช้ Citibank ไปแลก Subway ฟรี จริงๆแลกอย่างอื่นได้อีก แต่อันนี้อิ่มสุด
ไม่ได้เอา AIS ไปใช้แลกอะไรต่ออีก เพราะว่าเดี๋ยวต้องขึ้นไปกินอาหารบนเครื่องต่อด้วย

ระหว่างเดินไป Gate ก็แวะ Shopping ตามเรื่องตามราว
ผู้ชายเอาแต้ม Citibank ไปแลก King power Voucher 500THB มา 2 ใบ
ใช้ใบแรกซื้อที่ Mask ไปก็ไม่มีปัญหา แต่พอใช้ใบที่ 2 เท่านั้นแหละ มีปัญหาขึ้นมา
พนักงานขายถามว่ามีบัตรสมาชิกไป ก็ตอบไปว่าไม่มี
พนักงานก็เกิดอาการงงว่า ถ้าไม่มีบัตรสมาชิกแล้วจะใช้ Voucher ได้ยังไง จะคีย์ยังไง
โทรไปถามใครซักคนนึง ซึ่งเค้าบอกรหัสคีย์มา แต่เหมือนก็ต้องมีบัตรสมาชิก
เราบอกไปว่า ตะกี้ซื้อของจากตรงนู้น ก็ใช้ Voucher นี้เหมือนกัน ก็ซื้อได้ปกติ
พนักงานก็เดินไปเดินมา หาทางอยู่นาน จนสุดท้ายก็คิดเงินให้
แต่ก็ไม่ได้เอาของใส่ถุง ไม่ได้เอาบิลให้ เพราะพอคีย์ได้ก็เดินไปโทรหาใครซักคน
แล้วก็บ่นๆเรื่องที่ว่าคีย์อันนี้ไม่ได้ บลาๆๆๆๆ 
คือจะบ่นก็บ่นไป แต่จัดการตรงนี้ให้มันเสร็จก่อนได้มั๊ย
เรายืนนิ่งอยู่มองว่าจะยังไงต่อ ของก็ไม่ใส่ถุง บิลก็ไม่ยื่นมา จนน้องข้างๆที่เค้าขายคนอื่นอยู่
เค้าเดินมาใส่ถุงให้ ซีลให้ เอาบิลให้ ยกมือไหว้ขอบคุณ
ดีนะใช้ Voucher หมดพอดีตอนนั้น ไม่งั้นจะหมดรมณ์ shop ต่อ

ห้าโมงกว่าๆ ก็เริ่ม Boarding ละ หนังบนเครื่องแอบใหม่ หลายๆเรื่องยังไม่ได้ดูเลย
ตอนแรกว่าจะดู Fantastic Beasts แต่พอพิจารณาจาการเป็น sub eng แล้ว
ดู La La Land น่าจะดีกว่า (_"_)



พอเครื่อง Take off ได้ถึงระดับ แอร์ก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร





ไม่ถึง 2 ชั่วโมง เราก็มาถึงสนามบินชางฮี แล้วก็รออีกประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อ Transit
ซึ่งถ้าใครที่บิน Singapore Airline แล้ว Transit ที่ Changi เกิน 2 ชั่วโมง จะได้ Voucher free 20 SD
http://www.singaporeair.com/en_UK/es/plan-travel/privileges/changi-transit-programme/
(รายละเอียด)

เราก็ไม่พลาดที่จะไปแลกกัน แต่ที่แลกมันลึกลับซับซ้อนมากๆ กว่าจะหาเจอ
ทางที่ดีหากไม่อยากเสียเวลาก็ถามพนักงานสนามบินแถวๆนั้นเลยดีกว่า



ความดีงามของสนามบินนี้คือมีเก้าอี้นวดอยู่ทุกหย่อมหญ้า

หลังจากเดินสำรวจดูแล้ว ผู้ชายก็ชวนกินข้าวที่ร้าน The Kitchen by Wolfgang Puck



ของเราเป็นเมนูชื่อว่า Orecchiette Pasta ประกอบไปด้วย fennel sausage, broccolini, parmesan



ส่วนของผู้ชายเป็น Wolfgang's Herb Roasted Half Chicken 

พออาหารมา กำลังกินๆ ผช ก็พูดขึ้นมาว่า จริงๆร้านนี้เค้าดังพิซซ่านะ
แหมะ ก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ตอนนี้ไม่ทันละ กินนี่เข้าไปเดี๋ยวขึ้นเครื่องก็มีอาหารอีก
พุงจะแตกตั้งแต่ยังไม่ถึงญี่ปุ่นเลยว่างั้น

จบวันแรกไปแบบอิ่มๆ วันที่ 2 ต้องเผชิญกับไฟลท์ 7 ชั่วโมงสุดยาว ขอให้นอนหลับทีเถอะ

Dec 4, 2016

JAPAN DEC 2016 \\ Day1

ทริปกระทันหันช่วง 4-14 ธันวาคม 2559
เนื่องจากน้องคนนึงกำลังจะลาออกไปทำงานที่บริษัทอื่น
ก็เลยจัดทริปกันตามใจน้อง ซึ่งก็คือโอซาก้า-เกียวโต นั่นเอง
โชคดีมากว่าอยู่ๆก็มีโปรแลกแต้มของ Thai AirAsia X พอดี
เลยทำให้ได้ตั๋วมาในราคาไม่ถึง 7พัน บาท
แถมพวกเรายังมี Voucher ของบัตรเครดิตธ.กรุงเทพ AirAsia
ก็เลยได้โหลดกระเป๋าฟรีคนละ 20 กก. แล้วก็ได้นั่ง Hot Seat ฟรีด้วย

ทริปนี้มีกัน 4 คน หลักๆคือ USJ, โอซาก้า shopping, เที่ยววัดเกียวโต
ที่นอนหลากหลายมาก เนื่องจากกระทันหันทำให้บางที่ที่อยากนอนก็เต็ม
จำนวนวันไม่พอตลอดทั้งช่วงที่ต้องการ ก็ต้องแบ่งๆย้ายที่นอนบ่อยหน่อย

4-7 Dec (3 nights) Zoo Hostel (Osaka)
7-9 Dec (2 nights) Len Hostel (Kyoto)
9-11 Dec (2 nights) Lantern in Gion (Kyoto)
11-14 Dec (3 nights) Uni Hostel (Osaka)



ที่ดอนเมือง มีของให้กินฟรีเยอะมาก ใช้บัตร Citibank ไปแลก Subway
แล้วก็ใช้ AIS Serenade แลกกาแฟ Black Canyon ได้อีก
บังเอิญว่าเราเป็นลูกค้า Corporate ด้วย ก็เลยได้ Sandwich+น้ำ มาเพิ่ม
แค่นี้ก็อิ่มพุงจะแตกแล้ว ยังมีอาหารบนเครื่องที่ซื้อล่วงหน้าไว้อีก



Hot Seat ที่ได้มา นั่งสบายมากกกกกกกกก ขาเหยียดสุดเพราะแถวหน้าสุด
ตอนซื้อตั๋วเราก็ทำ online check-in มาก่อนแล้ว ได้ที่นั่งโอเค ไม่ได้แยกกัน
แต่ก็แอบหวัง Hot Seat ไว้เหมือนกัน เลยรีบมาสนามบินเร็วหน่อย
ปรากฏว่า Hot Seat เหลือเต็มเลย โชคดีสุดๆ



พอมาถึงสนามบินคันไซประมาณ 4 ทุ่ม พวกเราก็รีบเอากระเป๋าแล้วก็ตรงไปที่ซื้อตั๋วรถไฟ
ตอนแรกกะว่าจะขึ้น Express ปรากฏว่าไม่ทัน ก็เลยขึ้นรถไฟ rapid ธรรมดา (1,060 Yen)
ลง Tennoji แล้วเปลี่ยนสายนั่งต่อไปอีก 1 สถานี ลงที่ Shin Imamiya
จริงๆสถานีที่ใกล้โรงแรมที่สุดคือ Dobutsuen-Mae ซึ่งเป็น Subway
ทางขึ้นอยู่หน้าโรงแรมเลย แต่ไม่มีลิฟท์นะจ๊ะ



เช็คอินเรียบร้อย เราจองห้องสำหรับ 4 คน 3 คืน ทั้งหมด 25,500 Yen (ถูกเน๊อะ)
ห้องเล็กตามสไตล์ญี่ปุ่น เตียงเป็นแบบ 2 ชั้น 2 เตียง ค่อนข้างลำบากนิดนึงกะการวางกระเป๋า
แต่นอกนั้นทุกอย่างก็โอเค



เสร็จแล้วก็ออกไปหาอะไรกิน ตรงข้ามกะโรงแรมเลยดองกี้ไป เป็นย่านร้านอาหาร
เดินผ่านไปผ่านมาสรุปเราเลือกร้าน Shinsekai Oyazinokushiya Honten







เบียร์องุ่น ฟองด้านบนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง อร่อยมาก





เนื่องจากเป็นร้านแบบ Izakaya ราคาก็เลยแรงนิดนึง กินกันนิดๆหน่อยๆแล้วก็ออกมาเดินดองกี้



ได้ไอติมติดมือมา หากินแทบไม่ได้แล้วตอนนี้ Viennetta
แล้วก็ได้ซูชิลดราคามาด้วย กินตบท้าย



พรุ่งนี้เราจะออกเที่ยวกันเต็มที่ละ

おやすみなさい。