Apr 26, 2015

JAPAN 2015 // Day 0 - The Plan

ทริปนี้เริ่มจาก TAAX โปรเปิดตัวเส้นทาง กรุงเทพ(ดอนเมือง)-โตเกียว(นาริตะ)
โดยเปิดให้สมาชิก BIG ซื้อได้ก่อน
จุดนั้นยังไม่ทันวางแผนอะไรเลย ก็จัดมาก่อน
เข้าไปเล็งช่วงราคาโปร ก็แน่นอนช่วงฮิตๆอย่างซากุระ ราคาพุ่งอยู่แล้ว
จะมีราคาโปรก็ช่วงกุมภาพันธ์ เลยปิ๊งขึ้นมาว่า
เด๋วเราซื้อ domestic lowcost ไปเที่ยว Snow Festival ดีกว่า
ว่าแล้วก็จัดไป ช่วง 6-16 FEB 2015
(เนื่องจาก Snow Festival จะจัดช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ทุกปี)
ได้มาในราคาคนละ 6,500 บาท (ซื้อช่วงๆกลางปี 2014)

HOTEL
พอได้ตั๋วหลักแล้ว ระหว่างรอโปร Tokyo-Sapporo เราก็มา(รีบ)จองโรงแรมต่อ
เพราะว่าช่วง Snow Festival เนี่ย มัน High Season ของที่นั้นมากๆ
ขนาดคนญี่ปุ่นเองก็ยังไปเที่ยวกันเต็ม เราก็ต้องรีบๆอ่ะนะ
โชคดีที่ตอนไปญี่ปุ่นคราวที่แล้ว ทำบัตรสมาชิก Toyoko inn มาเรียบร้อยแล้ว
ถ้าเป็นสมาชิก จะจองล่วงหน้าได้ถึง 6 เดือน ส่วนคนทั่วไป ได้ 3 เดือน
    **แต่จริงๆใน www.booking.com สามารถจองได้ล่วงหน้ากว่านั้นนะ
    **แค่ว่าถ้าจอง Toyoko ในเว็บนี้ จากโรงแรมเค้าจะกันวงเงินบัตรเครดิตไว้เต็มจำนวน

เราก็นับเลย พอถึง 6 เดือนก่อนหน้า รีบเข้าไปจอง
โอ้วแม่เจ้าาาาาา เต็มจ้า Toyoko สาขาที่เล็งไว้ สุดยอดมากๆ - -*
แต่ยังที่สาขาอื่นๆ ถึงแม้จะไม่ติดสถานีรถไฟเป๊ะๆ แต่ก็ยังสะดวกอยู่
ในที่สุดก็เลยได้มา Sapporo 3 คืน
ส่วนที่ Hakodate ไม่ได้จองของเครือนี้ เพราะมีที่อื่นดีกว่าถูกกว่า ก็สอยมา 2 คืน
แล้วก็ไปอุดหนุนเจ้าเดิม Toyoko ที่ Tokyo อีก 3 คืน
ส่วนคืนก่อนกลับ เนื่องจากเราบินเช้ามาก 8 โมงแหน่ะ
กลัวว่าจะตื่นเช้านั่งรถไฟมาไม่ทัน ก็เลยตัดสินใจนอนแถวๆสนามบินนี่แหละ อีก 1 คืน
สรุปโรงแรมก็เป็นตามนี้

Hotel (per 2 person)
07-10/02/0215 Hokkaido Sapporo Susukino Minami 23,328 Yen
10-12/02/2015 Hakodate Grand Hotel 11,200 Yen
12-15/02/2015 Toyoko Uguisudani Ekimae 24,829 Yen
15-16/02/2015 Narita Airport Rest House 7,400 Yen

PASS
พอดีโรงแรมแล้วก็ เออ เริ่มคิดใหม่ว่า
หรือเราจะบินไป แล้วนั่ง Shinkansen กลับโตเกียว มันก็ดูดีนะ
คิดไว้แค่นี้ แล้วก็รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนในที่สุด ฟ้าก็ประทานโปรของ Vanilla Air มาจนได้
แต่ๆๆๆ วันที่โปรมา เราดันติดประชุมตึกอื่นอยู่ อยากจะกรีดร้องมากกกกกกก
น้องที่เค้าจะไปเหมือนกันรีบ Line มาบอกให้รีบกลับมาด่วน
ขนาดเราจ้ำๆๆรีบเดินกลับตึกเรา มันก็ไม่ทันซะแล้ว โฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
เหลือแค่ขา Sapporo-Tokyo ที่เป็นราคาโปร (4,800 เยน)
อีกขาราคาไม่โปร ก็ตัดใจ เออ ซื้อก็ได้ แต่ซื้อเป็น packet รวมโหลดกระเป๋าไปเลย
บวกราคาที่ขาไป Tokyo-Sapporo ขึ้นมาอีกหน่อย (11,200 เยน)

ทีนี้ JR 7 Days คงไม่ใช้ละ มาปรับแผนการเดินทางเล็กน้อย
สรุป Pass ที่คิดว่าจะใช้ ก็ประมาณนี้ แต่ไปซื้อที่ญี่ปุ่นเอา เพราะเงินเยนมันลงพอดี

Pass (per 1 person)
09/02/2015 Sapporo - Otaru Welcome pass 1,530 Yen
10-12/02/2015 Hokkaido Rail Pass 15,000 Yen
11/02/2015 Hakodate 1-day card 1,000 Yen

WIFI ROUTER
จบเรื่องตั๋ว โรงแรม pass แล้ว ต่อมาก็คือ Wifi Router
รอบนี้เราเปลี่ยนยี่ห้อ ไปใช้ของ japan-wireless.com
คุณผู้ชาย request มา ขอเป็นตัว 75Mbps LTE
เพราะติดใจตัว LTE ที่เกาหลี เลยอยากลองของญี่ปุ่นบ้าง
แล้วเจ้านี้ก็มีแถม Power Bank ให้ด้วย
ส่วนตอนคืนของ/รับของ ก็สามารถทำได้ที่ไปรษณีย์ในสนามบิน สะดวกมาก
วันสุดท้ายคืนก่อนเที่ยง ไม่คิดตังค์ด้วย
ก็จัดไปตลอดทริปเราก็ 9 วัน รวมราคาเป็น 6,650 เยน (รวมประกันแล้ว)
  **บริษัทเค้ามี warning มานิดหน่อยว่า ตัวนี้มี Limit speed ที่ 10G / month
  **แต่ถ้าเป็นตัว 3G 21Mbps อันนี้ Unlimit
  **คุณผู้ชายบอก เหลือๆสบายๆ ถ้าไม่เอาไปใช้ดู youtube ตลอดเวลา

PLAN
มาถึงขั้นตอนสุดท้าย วางแผนการเที่ยว (ซึ่งเวลาไปจริงๆนี่นอกแผนซะเยอะ)
พยายามใส่เข้าไปเยอะๆ เอาไว้เผื่อเลือกด้วย
ไม่งั้นเกิดที่เที่ยวไม่เป็นตามแผนขึ้นมา ก็ไม่อยากจะเคว้ง
ส่วนร้านอาหาร คราวที่แล้วเราตาม pantip.com ซะส่วนใหญ่
รอบนี้เราเปลี่ยนมาอาศัย Tabelog เป็นหลัก
เพราะคิดว่าไปลงเรียนภาษาญี่ปุ่นมานิดหน่อยแล้วน่าจะพอเอาตัวรอดได้
หากจะไปร้านที่ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษดูบ้าง (มือพริ้วพอสมควรว่างั้น)

แผนคร่าวๆก็ตามนี้เลย ขีดฆ่านั่นคือใส่ไว้แต่ไม่ได้ไป
สีแดงก็คือไปแบบไม่ได้ใส่ในแพลน

06/02/2015
  • Bangkok - Tokyo (TAAX)

07/02/2015 (นอน Sapporo)
  • Tokyo - Sapporo (Vanilla Air)
  • Snow Festival Susukino site
  • Ramen Yokocho
  • Sapporo Kani Honke

08/02/2015 (นอน Sapporo)
  • Nijo Fish Market
  • Snow Festival Odori site
  • Chocolate Shiroi Koibito
  • Ramen Yokocho
  • Sapporo TV Tower
  • Mt.Moiwa
  • Snow Festival Odori site (Light up)
  • Ebikani (Buffet)

09/02/2015 (นอน Sapporo)
  • Hitsujigaoka Observation Hill
  • Otaru
  • Ise Zushi
  • Sushi Maruyama
  • Otasu Masazushi
  • Sapporo JR Observation T38
  • Sapporo Biru-en Jingisukan horu

10/02/2015 (นอน Hakodate)
  • Hakodate
  • Mt.Hakodate (Optional)
  • Goryokaku (Light up) (Optional)
  • Kanemori Red Brick Warehouse
  • Snaffles
  • Uni Murakami

11/02/2015 (นอน Hakodate)
  • Morning Market Asaichi (TABIJI)
  • Motomachi Park
  • Ajisai Ramen
  • Goryokaku
  • Gotoken Restaurant
  • Kanemori Red Brick Warehouse
  • Snaffles
  • Hakodate Botanical Garden
  • Mt.Hakodate
  • Goryokaku (Light up)
  • Clown Burger

12/02/2015 (นอน Tokyo)
  • Sapporo - Tokyo (Vanilla Air)
  • Doraemon
  • Ameyoko
  • Miuramisaki Kou
  • Kitayama Coffee Shop
  • Shinjuku
  • Tokyo Mentsu-dan

13/02/2015 (นอน Tokyo)
  • Ueno Park
  • Todai
  • Tokyo National Museum of Nature and Science 
  • Nezu Shrine
  • Sushi Zanmai
  • Ichiran Ramen
  • Fukirou no Mise (Owl Cafe)
  • Uma (dinner)

14/02/2015 (นอน Tokyo)
  • Rikugien Garden
  • Nezu Shrine
  • Mino-ka (Uma)
  • Harajuku
  • Shimokitazawa

15/02/2015 (นอน Tokyo)
  • Ginza (Itoya)
  • Shopping BIC Camera, Uniqlo, GU
  • Ameyoko
  • ร้านหอยย่าง

16/02/2015 (นอน Tokyo)
  • Tokyo - Bangkok (TAAX)






Mar 29, 2014

HK TRIP2014 - Rainblow Seafood Restaurant

Rainblow Seafood Restaurant

ร้านอาหารบนเกาะ Lamma 
รายละเอียด http://www.rainbowrest.com.hk/eng/index.asp
จองทาง website แล้วจะมี e-mail มา confirm อีกที
ไปรอที่ pier ตามที่บอก จะมีคนจากร้านมายืนรอรับ









Mar 23, 2014

HK TRIP2014 - Tim Ho Wan

Tim Ho Wan สาขา Olympian City
Address: Shop 72, G/F, Olympian City 2
18 Hoi Ting Road, Tai Kok, Tsui
Open Hour : 10:00 - 21:00 everyday

Baked Bun with BBQ Pork


Vermicelli Roll with Shrimp

Glutinous Rice

Pan Fried Carrot Cake

Prawn Dumpling

Beancurd Skin Roll with Pork & Shrimp

Pork Dumpling with Shrimp

Beef Ball with Beancurd Skin

Dumpling Teochew Style

Jan 12, 2014

JAPAN2013 - 11th day // The beautiful Kawaguchiko

**15/04/2013**

วันนี้ตื่นเช้าหน่อย เพราะจะไป Kawaguchiko กัน
ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนจะ Check out ออกมา


ไม่ได้กินอะไรรองท้อง มาถึงสถานีเจอตู้นี้ คุณผู้ชายกดมาซัดเลย
ตอนแรกไม่คิดว่ามันจะร้อน(ถึงมันจะเขียนว่า Hot Meal ก็เหอะ)
แต่ออกมาควันฉุยเลย ร้อนมาก ฮ่าๆๆๆ



ไม่ได้ขึ้นรถไฟอันนี้นะ ได้ขึ้นขากลับแทน
ระหว่างทางไปก็เห็นภูเขาไฟฟูจิด้วย ตื่นเต้นมากกก
พอได้มาเห็นของจริงแล้วมันรู้สึกอลังการบอกไม่ถูก





ถึงแล้วซื้อตั๋ว ขึ้นเมโทรบัส ไป check in โรงแรม (The New Century Hotel)
วิวจากหน้าโรงแรมก็สวยสุดๆแล้ว
ดีใจที่ที่นี่ยังมีซากุระให้ดูอยู่ (ในเมืองร่วมเกือบหมดแล้ว)



ระหว่างรอเวลาเข้าห้องพัก ก็จัดเลย ตามที่เค้า review กันบ่อยๆ
จุดฮิตๆทั้งหลายแหล่ แล้วก็แวะกินอุด้งเส้นแบนขึ้นชื่อของที่นี่ด้วย






















หมดจุดสุดท้าย ก็กลับมาโรงแรม ได้เข้าห้องละ
ที่นี่เค้าเคลมว่าทุกห้องเห็นวิวฟูจิหมด จริงมั๊ยไม่รู้นะ แต่ห้องเราก็เห็นนะ
ดูจากมุมแล้ว ห้องเราอยู่ริมสุดแล้วยังเห็น ทุกห้องก็ต้องเห็นแหละ
สำรวจห้องเสร็จก็รีบจัดแจงเปลี่ยนชุด ไปแช่ออนเซ็นกันเลย
(คุณผู้ชายบอก รีบไปตอนนี้ น่าจะยังไม่มีคน)
ประสบการณ์แช๋ออนเซ็นครั้งแรกผ่านไปด้วยดี(พร้อมกับครอบครัวชาวจีน)
สบายตัวมวาาาากกกกกกกกกกก
กลับมาจิบชากินหนมชิลๆ เกือบจะได้งีบละ ถึงเวลาอาหารเย็นซะก่อน
ตอน check in เค้าจะถามว่าจะเลือกอันไหน ระหว่างสุกี้ กะ ชาบู
เราก็คุณผู้ชายก็เลือกคนละแบบ จะได้ลองกินทั้ง 2 แบบ
อาหารมาเป็นจานเล็กๆน้อยๆ แต่ก็อิ่มเอาเรื่องอยู่นะ














จบมื้อเย็น กลับมาเห็นที่นอน แทบล้มเลย ง่วงฝุดๆ












Jan 9, 2014

JAPAN2013 - 10th day // The day in Tokyo and meet the long lost friends

**14/04/2013**

ตื่นมาแต่เช้าเพราะโปรแกรมวันนี้ของเราคือ ตลาดปลาซิคิจิ
แต่... ไม่ได้จะไปดูเค้าซื้อขายปลาแต่อย่างใด นั่นมันต้องไปตั้งแต่ตี 5
ทริป 20,000 cals ของเรา คงไม่ต้องการไปดูเค้าขายปลาหรอก ฮ่าๆๆๆ
(ชื่อ trip นี้ได้เพราะโพสรูปของกินลง fb บ่อยมาก จนเพื่อนตั้งให้)

ร้านที่เลือก ก็เลือกจาก review ใน pantip ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นร้านสาขามาจากเซนได
(ก็เนื่องมาจากโพสรูปใน fb แล้วบังเอิ๊ญญ มีรุ่นน้องทำงานที่ Nikon ที่เซนได มา comment บอก
แถมยังแนะนำให้ลองซูชิเนื้อม้าอีกด้วย)
ร้านก็น่าจะดังอยู่นะ แต่จำชื่อและ location ไม่ได้หรอก (แป่ววว)
แถม review นั่นก็หายไปไหนแล้วไม่รุ๊ (- -)
แต่ sushi เค้าเมพจริงๆ (ภาษาวิบัติตะล๊อดดด) ซัดกันไม่ยั้ง 2 คนหมดไปเกือบ 3 พันบาทได้
เทียบกับการกิน sushi ที่กรุงเทพแล้ว ราคานี้ถูกไปเลย









ฟาด Sushi เสร็จแล้ว คุณผู้ชายก็ออกตามหาตรอกไข่หวานต่อเลย
เดินๆๆตามไกด์บุ๊คไปซักพักก็เจอ อิฉันตื่นเต้นมากกกกกกกกกก
เพราะมันอุดมไปด้วยไข่หวาน เหลืองงงไปทั้งตรอกเลย




กินเสร็จ ฟินทุกเมนู แล้ว ก็ถึงเวลาเดินย่อย
มุ่งสู่สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมือนเป็น Landmark ของคนที่มาเที่ยวโตเกียว
วัดอาซาคุซะนั่นเองงงงงงงง
แล้วบังเอิญว่าวันนี้มันวันเสาร์ คนเยอะไปไหน นี่แถบจะไหล่ไปเลย ไม่ต้องเดิน







ตาม Step ต้องต่อด้วยตึกอุนจิ เอ๊ย ฟองเบียร์ อาซาฮี
แล้วตามด้วย Tokyo Tower






ถึงตรงนี้ก็ได้เวลากลับไปที่ Shinjuku Station เพื่อไปเจอฮารุกะและโคเฮ
เพื่อนสมัยเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย
ถึงตอนนั้นจะเรียนด้วยกันแค่ 3 เดือน (โคเฮก็แค่เดือนกว่าๆเท่านั้น)
แต่มิตรภาพก็ยังไม่ขาดหายไปไหน ฮารุกะก็มาเที่ยวกรุงเทพทีนึง
ส่วนโคเฮเรียกว่าสมัยใหม่ๆนี่เกือบทุกปี (เพราะฮีมีแฟนเป็นคนไทย รุ่นพี่ดิฉันเอง)
แต่หลังๆนี่ก็ไม่ได้มากันละ เราเลยต้องมาเอง (เอ่อ..มันใช่มั๊ยฮะ)



เม้าท์ๆเรื่องที่ทำงานกันเล็กน้อย ฮารุกะทำอยู่แบงค์มิตซูบิชิ (ไอ่บริษัทนี่มันเจ้าของประเทศรึป่าวเนี่ย!!)
แอบบ่นว่าตัวเองก็ไปเรียนภาษามาแค่ปีเดียว ซึ่งมันก็นานมาแล้วนะ
แต่ทำไมทุกคนต้องคาดหวังว่าเธอจะต้องพูดภาษาอังกฤษเก่งด้วยหึ๊
ส่งเธอไปทำงานพูดคุยกับคนต่างชาติ เธอก็ได้แต่ยิ้มๆ yes no ok ก็เท่านั้น!!!
ฮ่าๆๆ อันนี้ขำๆ ส่วนตัวเราก็เก็บภาษาเข้าหีบไปบ้างละ ก็แหงอ่ะ ไม่ได้พูดทุกวันหนิ

กินๆเม้าท์ๆแล้วฮารุกะก็พาไปชมวิวบนตึก...เอ่อ...นั่นแหละ แหะๆ
บอกกงๆเลยว่าตามแพลนคือ มาเจอแล้ว แล้วก็จบ หวังพึ่งเพื่อน พาไปไหนชั้นก็ไปหมด
ก็เลยเดิมจ่ำตามอย่างเดียวเอง จ่ำจริงๆเพราะเค้าเดินกันเร็วมาก
ระหว่างเดินไป ฮารุกะก็อาโนๆ update ชีวิตกับโคเฮไป (คือถ้าเราไม่มา สองคนนี้ก็คงไม่ได้มาเจอกัน)
เสร็จปุ๊บ ชีก็ทานสเลท(แหวะ) ม่ายๆ translate มาเม้าท์ให้เราฟังต่อ ตามประสาชะนี
คือจริงๆโคเฮเล่าเองก็ได้นะ แต่มันคงไม่ได้อรรถรสเท่าชะนีคุยกันค่ะ!!! 5555






จากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามประสาคนมีธุระ ฮากุระถามว่าจะไปไหนกันต่อ
คุณผู้ชายก็ตอบทันทีว่า จะไป Shimokitazawa
โคเฮขมวดคิ้วทันที ถามว่าที่นั่นมันมีอัลไล!!!???
ฮารุกะถึงกะอึ้ง ตอบไปว่า มันก้อมีอะไรตั้งเยอะนะ ชั้นไปบ่อยยยยย
ต้องเข้าใจนิดนึงนะว่าฮารุกะสมัยเรียนที่แต่งตัวแนวมาก คงไม่แปลกถ้าจะมาที่นี่บ่อย
แต่โคเฮเป็นประเภทแบรนด์แนมตัวจรดเท้า เนี๊ยบมาก
ฮีเลยม่ายยยเข้าาาจายยยวายยยรุ่นนนนนนอย่างงงเราาาาาา

แยกกะโคเฮที่ Shinjuku แล้วก็ขึ้นรถไฟมาพร้อมกะฮารุกะเพราะเป็นทางกลับบ้านเธอ



แวะช็อปนิดหน่อย เพราะเจอร้านขายของที่นี่ ขาย Perfect Whip หลอดใหญ่ถูกมาก
ตอนกำลังจะกลับ ฮารุกะ Line มาแนะนำว่าให้ลองมานั่งรถเที่ยวรอบเมืองดู




สนุกมั๊ย ก็สนุกดี ก็วนๆให้เห็นว่าแต่ละที่มีอะไรบ้าง แต่มันไม่ดีตรงคนบรรยายภาษาจีนฮะ
เล่นมุขหัวเราะอะไรกัน อิฉันไม่ขำซักแอะ เพราะฟังไม่ออก (= =)

เดินเที่ยวถ่ายรูปแถวๆ Tokyo Station แล้วก็กลับมากิน Sushi หน้าอลังกันต่อ แถว Ueno
แล้วก็กลับห้องนอนหลับฟินไป พรุ่งนี้จะไปหาฟูจิซังกัน