รวบรวมสูตรเมนูอาหารลดน้ำหนัก Dukan จากแหล่งต่างๆ :)
เต้าฮวยนมสด (จาก http://catmint.in.th/almondmilkjelly/ ) (All phases)
ส่วนประกอบเต้าฮวย
นม 0% ขวดกลาง (450cc หรือ 2 cups)
เจลาติน 4 แผ่น
กลิ่น Almond 6 หยด
น้ำตาลเทียมแบบน้ำเชื่อม (ยี่ห้อ Kontrol) 2 ช้อนชา
ส่วนประกอบน้ำราด
น้ำเต้าหูแบบไม่ใส่น้ำตาล
น้ำตาลเทียม
วิธีทำ
ต้มนมให้เดือด เอาลงจากเตา ใส่แผ่นเจลาติน(ที่แช่น้ำอุณหภูมิห้องจนเจลาตินอิ่มน้ำแล้ว)
คนให้ละลาย แล้วใส่น้ำตาลเทียม กลิ่น Almond น้ำไปแช่เย็นให้เต้าฮวยเซ็ทตัว
แกะออกจากพิมพ์แล้วราดด้วยน้ำเต้าหู (เติ่มน้ำตาลเทียมเพิ่มความหวานได้)
ขนมปัง (จาก http://catmint.in.th/dukanbread/ ) (phase 2)
ส่วนประกอบ
ไข่ 1 ฟอง
Philadelphia fat free cream cheese 1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต fat free 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
ยีสต์ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ใส่ภาชนะเหลี่ยม เอาเข้าไมโครเวฟ 3-5 นาที
ถ้าเป็นเตาอบ จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที
Pizza (จาก http://catmint.in.th/dukanpizza/ ) (phase 2)
ส่วนประกอบ
Oat Bran 2 ช้อนโต๊ะ
Wheat Bran 1 ช้อนโต๊ะ
นมผง non fat 3 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 2 ฟอง
ผงกระเทียม 1/2 ช้อนชา
โยเกิร์ต non fat 2 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศกระป๋อง 1/2 ถ้วย
หน้า pizza ตามชอบ (ถ้าใส่ชีส ให้ใส่แบบ non fat)
วิธีทำ
ผสม Oat Bran, Wheat Bran, นมผง, ไข่ไก่, โยเกิร์ต, กระเทียมผง เข้าด้วยกัน
ตั้งกระทะ ไฟกลาง นำส่วนผสมที่ตีเข้ากันแล้วเทลงในกระทะ ด้านละ 4 นาที
ใส่มะเขือเทศกระป๋อง และหน้า pizza ลงบน pizza แล้วนำไปอบที่ 350F นาน 10 นาที
เส้นบุกคั่วพริกปลาเผา ( http://catmint.in.th/dietfood2/ ) (All phases)
ส่วนประกอบ
เส้นบุก 1 ถุง
พริกชี้ฟ้า, กระเทียม, ใบมะกรูด, พริกไท, เกลือ
ปลาดอรี่ ครึ่งตัว
วิธีทำ
นำกระเทียม พริกแห้ง ลงไปทั่วในกระทะ (แนะนำให้ใช้กระทะ teflon จะได้ไม่ต้องใช้น้ำมัน)
จากนั้นใส่เส้นบุกลงไปคั่ว จนได้กลิ่นหอม ใส่ใบมะกรูดลงไป
เมื่อเส้นบุกเริ่มแข็งตัว ให้พักไว้ที่ข้างกระทะ นำปลาลงไปวางข้างละ 2-3 นาที
โรยพริกไท ซีอิ๊วขาว เกลือ ปรุงรสตามชอบ
Chocolate truffle ( http://catmint.in.th/chocolate-truffle/ ) (Phase 2)
ส่วนประกอบ
ผงโกโก้ 4 ช้อนชา
**แนะนำให้ใช้ผงโกโก้ของ Hershey's Unsweetened
fat free cream cheese 1 ช้อนโต๊ะ
skimmed milk power 5 ช้อนโต๊ะ
ไข่แดง 2 ฟอง
กลิ่น butter 1 ช้อนชา
น้ำตาลเทียม 3 ช้อนชา
วิธีทำ
ผสมทุกอยากให้เข้ากัน ทิ้งไว้ในตู้เย็นให้ set ตัว เอาช้อนตักมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ
แล้วเอาไปกลิ้งกับผลโกโก้
Sweet Pancake ( http://catmint.in.th/sweet-pancake-dukan-style/ )
ส่วนประกอบแพนเค้ก
ไข่ขาว 2 ฟอง
Oat bran 2 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต fat free 2 ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 1/2 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
ส่วนประกอบหน้าแพนเค้ก
Cream cheese ปริมาณตามใจชอบ
น้ำตาลเทียม (ใส่เพื่อให้มีความหวาน)
กลิ่น Vanilla
วิธีทำ
ผสมส่วนแพนเค้ก แล้วทอดในกระทะ ใส่แล้วเอาหน้าแพนเค้กมาป้ายตามใจชอบ
New York Cheesecake ( http://catmint.in.th/dukan_new_york_cheesecake/ )
ส่วนประกอบ
Yogurt non fat, no sugar 600g
ไข่ขาว 3 ฟอง
ไข่แดง 1 ฟอง
นมผง non fat 3 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
ยีส 2 ช้อนชา
กลิ่นวนิลา, กลิ่นมะนาว
วิธีทำ
ใช้ผ้าขาวบางกรองน้ำออกจากโยเกิร์ต
ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟอง ใส่เกลือเล็กน้อย พักไว้
ผสมไข่แดง นมผง แป้งข้าวโพด ยีส กลิ่นวนิลา กลิ่นมะนาว ตีให้เข้ากัน
เอาส่วนผสมไปตะล่อมให้เข้ากับไข่ขาวที่ตีไว้ แล้วนำไปอบ 45 นาที ที่ 160 องศา (อบแบบใช้น้ำหล่อ)
Brownie ( http://catmint.in.th/dukan-brownie/ ) (Phase 2)
ส่วนประกอบ 1
Oat bran 9 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลเทียม 2-3 ช้อนโต๊ะ
ผงโกโก้ Low fat/ Fat free 1/3 cup
baking power 1 ช้อนชา
ส่วนประกอบ 2
ไข่ขาว 2 ฟอง
ไข่ 2 ฟอง
โยเกิร์ต fat free 170 g
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
นำส่วนประกอบ 1 ผสมเข้าด้วยกัน และนำส่วนผสม 2 เข้าด้วยกัน(ใช้มือตีให้เข้ากัน)
จากนั้นนำเทรวมกัน แล้วนำไปอบที่ 350 องศา
Lemon Cheese Pie ( http://catmint.in.th/lemon-cheese-pie/ )
Jul 1, 2013
Jun 30, 2013
JAPAN 2013 - 4th day // Kyoto then Kobe
ตื่นสายอีกตามเคย วันนี้จะไปเที่ยวเกียวโตก่อน
ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้เราจะไปนอนเกียวโตก็เหอะ เพราะอยากจะไปเดินชมซากุระริมคลอง
ตาม review นี้เลย
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2010/02/E8916216/E8916216.html
แล้วก็พบว่าสวยมากกกกกกกกกกกกกกกก
แต่!!! โคตรหนาว!!!!! ฮ่าๆๆๆๆ
คือดูพยากรณ์อากาศมาแล้ว แต่ก็คิดว่าที่ใส่มาก็น่าจะเอาอยู่นะ
ปรากฏว่าเอาไม่อยู่คับทั่น เดินสั่นงั่กๆๆกัน ฝนก็ตกปรอยๆตอนแรก (ตกกระจายตอนหลัง)
เดินไปนี่ต้องกดไปเอาชาร้อนมากอด มายัดกระเป๋าเสื้อกัน ฮ่าๆๆ
เดินจนหมดระยะแล้วก็ไปนั่งกินมื้อเช้ากันหน้า Lawson
บรรยากาศดีสุดๆอ่ะ
เสร็จแล้วก็กลับไปเดินต่อตามแนวต้นหลิว แล้วก็ไปกินข้าวกลางวันกันที่ร้านโซบะหลายร้อยปี
( http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10804211/E10804211.html )
จากนั้นตามแพลนคือว่าจะไป Kobe ขึ้น Mt.Rokko กัน
แต่ว่าเดินผ่านไปสะดุดตากับป้าย Manga Museum เข้า
คุณผู้ชายอยากเข้ามากกก ก็เลยตกลงให้เลือกก่อนว่า
ถ้าจะเข้า Museum นี่ เราจะไปขึ้น Mt.Rokko ไม่ทันนะ
ซึ่งแน่นอน คุณผู้ชายเลือก Museum ค่ะ!!!
แต่เอาจริงๆ เข้าไปแล้วไม่ผิดหวังเลย ใครไปเที่ยวโตเกียวขอแนะนำว่าให้ลองเข้าไปดูนะ
สำหรับผู้รักการ์ตูน ต้องชอบแน่นอน มีประวัติความเป็นมาขอการ์ตูนญี่ปุ่นด้วย เพลินมาก
แต่เค้าห้ามถ่ายรูปนะ จะมีบอกไว้เลยว่าส่วนไหนถ่ายได้บ้าง ซึ่งก็ไม่ค่อยมีหรอก
( http://www.kyotomm.jp/english/ )
หลังจากออกจาก museum เราก็ตรงไป Kobe เลย
ไปถ่ายรูปกับ Landmark ทั้งหลายแหล่
แต่จุดประสงค์จริงๆของเราคือการมากินอาหารชื่อดังของที่นี่ นั่นก็คือ
Steak Kobe นั่นเองงงงงงงงงงงงงงงงงง ซึ่งเราเลือกไปร้าน Steak Land
เนื้อเค้าเมพจริงนะ ละลายในปากเลยล่ะ
แต่คุณผู้ชายบอกว่า มันละลายเกินไป จนรู้สึกเหมือนกินก้อนไขมันมากกว่า(ฮาา)
ออกมาจากร้าน เฮือกเลย อากาศอยู่ที่ 9 องศา (กรี๊ดดดดด)
ถึงกะขาแข็งเดินไม่ออกเลย (ก็ชั้นใส่ legging มาตัวเดียวเอง)
รีบกลับมาโรงแรม แต่ก็ไม่วายแวะซุปเปอร์ก่อน ทั้งๆที่ก็อิ่มสุดๆ ตะกละอ่ะคนเรา ฮ่าๆๆ
Jun 25, 2013
JAPAN 2013 - 3rd day // (not) get around OSAKA
อากาศดีจนตื่นยากมากกกกกก แพลนที่วางไว้วันนี้เยอะแยะมากมาย
ไปกิน sushi ที่ fish market Osaka, เดินชมซากุระที่ Kema Sakuranomiya Park
เดินไปต่อที่ Osaka Castle แล้วก็ไปเที่ยววัดอะไรใกล้ๆแถวนั้น ขึ้นตึกชมวิว ก็ว่าไป
ปรากฏว่าจริงๆทำได้ถึงครึ่งก็เก่งแล้ว (- -)
เช้า เดินหนาวๆออกไปขึ้นรถไฟ ไปกิน sushi ตามลายแทงคุณ skybox
( http://pantip.com/topic/30317762 )
ขอเสียของการไปกินตาม review คือ คนไทยจะเยอะมาก = คิวยาวมาก
ขนาดไปเช้าแล้วนะ (เช้าของเรา ไม่เท่ากับเช้าคนอื่นนะ ฮ่าๆๆๆ)
ก็ยังมีคิวประมาณนี้ แต่ก็โชคดีกว่าเราไปกันแค่ 2 คน
counter bar ว่างก็เสียบเลย หุหุ
กินเสร็จก็นั่งรถไฟไปลง Kema Sakuranomiya Park
ที่นี่ ซากุระสวยจนแทบหยุดหายใจเลย
เสียดายว่าฝนตกปรอยๆตลอด กลีบดอกก็ร่วงเอาๆ
แล้วก็มีใบเขียวๆแทงกิ่งออกมาแล้ว ก็ไม่ถึงกับชมพูไปซะหมด มีเขีียวแซมๆ
คิดถึงว่าถ้ามาตรงเวลาเป๊ะ มีแต่สีชมพูไปทั่ว มันจะสวยขนาดไหนนะ
(แค่นี้ก็ว่าสวยมากแล้วนะ)
สวนยาวมากกกกก กว่าจะเดินเสร็จ ดูจาก google map เหมือนจะใกล้ Osaka Castle
แต่เอาจริงๆแล้ว ขาลากเลยค่ะคุ๊ณณณณณ
ไปถึง Osaka Castle ก็เลยเอาแต่กินๆๆๆๆ Softcream, Tako-yaki, Crepe ฟาดให้เรียบ
กระดก Calpis อึกๆๆๆๆ เอาให้หายอยาก (กินแทนน้ำเปล่าเลย)
นั่งพักแช่ๆอยู่แป๊บนึง ก็ขึ้นไปเดินดูข้างใน แล้วก็เดินออกมา (ไกลมวากกกกกกกกกกกกกก)
ฝนก็ตกหนักขึ้น ฮืออออออ ฟ้าฝนไม่เป็นใจเล๊ย
ตามแพลนวันนี้มีขึ้น HEP FIVE ด้วย ถึงอากาศจะขมุกขมัวแค่ไหน ก็ไม่เปลี่ยนแผน
(เพราะต้องไปกิน Ippudo Ramen แถวๆนั้น)
จบจากมื้อเย็นก็กลับเลย เหนื่อยมาก ไม่ไหวจะเดิน ไปกวาดยาแก้ปวดมาจากร้านขายยาด้วย
แวะซุปเปอร์ข้างๆก่อน กวาดมาอีกเหมือนกัน ปลาดิบลดราคา!!!
โอ๊ย นี่มันสวรรค์ชั้น 7 ของชั้นกะคุณผู้ชายจริงๆ ฮ่าๆๆๆ
นอนหลับฝันดีที่อากาศเย็นๆอีกเช่นเคย
Jun 24, 2013
JAPAN 2013 - 2nd day // I'm in OSAKA!!!
ตื่นเช้ามาหาของกินในมาเก๊า และพบว่าไม่มีร้านไหนเปิดเลย เราตื่นเช้าไป!!
เดินงงๆไปเรื่อยๆ แล้วก็จบที่ขนมปัง ตามสไตล์คนโปรตุเกส (ใช่มะ?)
แถมยังโก๊ะได้อีก ตั้งใจรอรถฟรีไป Venetian แล้วนั่งรถฟรีไป Airport อีกต่อ
แต่เพิ่งนึกออกว่ารถฟรีมันเริ่ม 10.30am แต่ไฟลท์เรามัน 11.00am บ้าจริง!
ว่าแล้วก็โบก taxi ไป airport ซะเลย ลุงใจดีไม่คิดค่ากระเป๋าด้วยนะ แอบงง
ใครว่าเกาะมาเก๊าเล็กๆ ไม่เห็นจะจริงเลย นั่ง taxi นี่ meter ขึ้นพั่บๆๆๆ
...
แล้วในที่สุดเราก็มาถึงญี่ปุ่นนนน ผ่าน ตม. ฉลุย (คนเยอะเหมือนกันนะ)
ก่อนอื่นต้องไปเอา pocket wifi ที่สั่งไว้ก่อน ซึ่งใช้คุ้มมาก ขอบอก
(เราใช้บริการเจ้านี้ http://www.wifi-rental.jp)
จากนั้นชีวิตติด online ก็เริ่มขึ้น check-in เสร็จ whatsapp เด้ง เหวิ่งๆๆๆ ฮ่าๆ
3 คืนแรกเราจะนอนที่ weekly green in namba ที่พักติด 24hrs supermarket ด้วยอ่ะ เริ่ดด
(คุณผู้ชายบอกว่า ถ้ามาเที่ยวอีกที มานอนนี่อีกก็ดีนะ)
ไปเดิน dotonbori เดินไปจองคิวร้านปู (Kani Doraku) แล้วเดินกิน Tako-yaki รอ กินๆๆๆๆๆ
ขอบอกว่าซัดปูไปเยอะมาก มื้อแรกก็จัดเต็มเลย
เดินย่อยแถวๆนั้น กลับที่พักแวะซุปเปอร์ซื้อน้ำหวานและสตรอเบอรี่
นอนหลับฝันดี อากาศดีๆที่สิบกว่าองศาปลายๆ
Jun 23, 2013
JAPAN 2013 - First day at Macau
4 April 2013


เริ่มต้น Trip ที่ Macau เนื่องจากซื้อตั๋วราคาถูกของ Air Macau
ไปกลับจากคนละเมือง Bangkok-Osaka , Tokyo-Bangkok ในราคา 14k บาท
(หลังจากกลับมาแล้วเค้าออกโปรมาถูกกว่านี้อี๊ก ไปกลับเมืองเดียวกัน 10k เอง)
สิ่งที่ต้องแลกกับตั๋วถูกคือ เวลา
เวลา transit นานมาก เป็นวัน ตอนแรกก็ว่าจะนอนสนามบินหรอกนะ (หอบถุงนอนมาด้วย)
แต่ว่าคุณผู้ชายบอกว่านอนโรงแรมเถอะ เถอะ เถอะ
สรุปว่านอนโรงแรม Ole London Hotel ในราคาคืนละ 2300 บาท
ก็ดี ถือโอกาสเที่ยวมาเก๊าซะเลย เพราะก็ยังไม่เคยมา
แต่เสียอยู่ว่าช่วงนี้มาเก๊าฝนตกทั้งวัน อากาศแย่มาก
ขนาดตอนเครื่องบินลงยังมีวูบวาบพอให้หวาดเสียวบ้าง
จากสนามบิน นั่งรถฟรีไป Venetian แล้วก็เดินโต๋เต๋ในนั้นแป๊บนึง
แวะซื้อทาร์ตไข่อะไรก็ว่าไป แอบเซอร์ไพรส์คนขายบอกราคาเป็นภาษาไทย งงดิ
ถึงกะจ่ายตังค์ไม่ถูกเลย ฮ่าๆๆๆ เค้าบอกว่า คนไทยรึป่าว เค้าพูดไทยได้นิดหน่อย
น่ารักมากๆ ตอนจ่ายตังค์เสร็จก็หันมาโบกมือบ๊ายบายให้เราด้วย
เสร็จแล้วก็นั่งรถฟรีไปลงท่าเรือใกล้ๆโรงแรม
ที่ทำได้หลังจาก check-in โรงแรมแล้วก็คือ เดินไปหาอะไรกินที่ Senado Square
แล้วก็เดินเล่นแถวๆนั้นแหละ หาซื้อแชมพู ซึ่งปรากฏว่าหยิบผิดเป็นครีมนวดมา (โง่!!)
มีแพลนจะไปเดินดูนั่นนี่ตาม Casino ก็ล้มเลิกไป เพราะฝนมันตกเยอะไปนะ
หลับถึงโรงแรมแต่เนิ่นๆเลย ยังแวะซื้อของต้มๆมากินด้วย
ต้มรวมทุกอย่าง ราดน้ำเผ็ด เหมือนจะถูกใจคุณผู้ชายที่ชอบกินของต้มอ่ะนะ
เสร็จกิจทุกอย่างแล้ว เข้านอนแต่หัวค่ำ ฝันถึงญี่ปุ่นที่เราจะไปเหยียบพรุ่งนี้กันเถอะ
Subscribe to:
Posts (Atom)





























