Jul 11, 2013

Swiss sheep farm





Swiss sheep farm เพชรบุรี เพิ่งเคยไปครั้งแรก
เป็นเหมือนที่ที่ทำมาเพื่อให้คนมาเดินถ่ายรูป มากกว่าจะเป็น farm จริงๆนะ
แกะในนั้นก็ดูสุขภาพไม่ค่อยดี (แต่ก็มีตัวที่สุขภาพดีเหมือนกัน)
พื้นที่เล็กๆ เดินแป๊บเดียวก็หมดละ
ค่าเข้า 50 บาท (แต่เก๊าเข้าฟรี มีคนจ่ายให้ คิคิ)

Jul 2, 2013

JAPAN 2013 - 5th day // enjoy eating in Kyoto



































ตื่นมา check out แต่เช้า หอบ backpack ใบใหญ่ขึ้นรถไฟไป Kyoto
วันนี้เปลี่ยนที่นอน ไปนอน Guesthouse Jalan-do
(http://www.booking.com/hotel/jp/jalan-do.en.html)
เป็นการนอนรวมครั้งแรก ตื่นเต้น ฮ่าๆๆๆ (แต่แยก ช ญ นะ)

ถึง Guesthouse ยังมีพาเดินแนะนำ แล้วก็ให้ฝากกระเป๋าก่อน
เพราะจะ check-in ได้ก็ตั้งแต่บ่ายสามเป็นต้นไป

เราก็มุ่งหน้าไป fushimi inari shrine เลย
เอาตามแพลน(อีกละ)มีหลายที่มาก วัดน้ำใส วัดทอง ไรงี้
เพราะ Kyoto มีที่เที่ยวเยอะมากจริงๆ คิดแล้วก็น่าจะนอนนี่หลายๆคืนเน๊อะ

เดินๆๆๆๆขึ้นไปๆๆๆๆๆ จนคิดว่า เอ๊ะ หรือคุณผู้ชายเค้าจะเดินจนสุดทางนะ (ม่ายยย)
ตอนแรกวันนี้ก็อากาศร้อนนะ แต่ยิ่งเดินขึ้นไปก็ยิ่งหนาวขึ้น
จนรู้สึกเหนื่อยละ คุณผู้ชายก็บอกว่า โอเค ลงกัน อ้อมกันไปอีกทาง เหมือนจะหลงด้วยเหอะ
แต่สุดท้ายก็เดินออกมาหน้าวัดได้อย่างปลอดภัย โล่งอก

ตอนนั้นก็บ่ายกว่าแล้ว ก็เลยไปหาอะไรกินแล้ว
โดยหารู้ไม่ว่า นั่นคือจุดจบของวันนี้แล้ว 555555555

เริ่มจากไปกินข้าวหน้าปลาไหล
(http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10741197/E10741197.html)
ซึ่งโชคดีมาก ไปเกือบจะเป็นลูกค้าโต๊ะสุดท้ายของรอบเที่ยง
จากนั้นก็เดินออกมาปากซอย แวะกิน Okonomi-yaki
ที่โต๊ะมีตุ๊กตายางใส่กิโมโนนั่งอยู่ด้วยอ่ะ (= =)
ส่วนอาหาร คุณผู้ชายบอก อร่อยมาก เราไม่ได้กิน เพราะอิ่มจากข้าวหน้าปลาไหลอยู่

แล้วก็เดินๆๆๆๆๆๆ ไปกิน IZUJU Sushi ต่อ
ซึ่งเป็นเหมือน sushi กด แล้วชิ้นใหญ่มากกกกกกกกก จุกรอบสอง
(แต่ก็อร่อยสุดๆเลย คุณผู้ชายฟิน อยากกลับไปกินอีก)

จบจาก sushi แล้ว ต่อด้วยชาเขียว ร้านที่เรา request เลย
IPPODO ชาเขียวสามร้อยกว่าปี

และสุดท้ายไปต่อด้วย strawberry tart ชื่อดัง Quil Fait Bon

ถึงตอนนี้แล้วอิ่มจนไม่รู้จะอิ่มยังไง จุกขึ้นมาถึงคอหอยแล้ว
ก็เดินเล่นไปเรื่อย เดินย่อยไป
กลับไป Guesthouse แล้วก็แยกกันกะคุณผู้ชาย
มีเรื่องให้ตื่นเต้นนิดหน่อยคือ ใน guesthouse จะมี wifi ให้ใช้
คุณผู้ชายก็เลยสละ pocket wifi ให้เราถือไว้ (เพราะมันต้อง up อะไรตลอดๆ ฮ่าๆๆๆ)
ปรากฏว่าในส่วนห้องนอนคุณผู้ชาย สัญญาณ wifi มันไปไม่ถึง
ที่รู้เพราะบังเอิญออกมาเจ๊อะกันตอนจะไปอาบน้ำ ก็ถามๆกันนิดนึงว่าอีกฝั่งเป็นไง

พออาบน้ำเสร็จ กลับมาที่ห้องพักผู้หญิง ซึ่งมีสัญญาณ wifi เต็มเปี่ยม
ก็เลยกะว่าเด๋วเอา pocket wifi ไปให้คุณผู้ชายดีกว่า อย่างน้อยก็ line คุยกันได้
กดโทรไป... ไม่ติด กด sms ไป นิ่ง คิดว่าไม่ได้รับแน่นอน เอาไงดีๆๆๆ

ก็เลยตัดสินใจอุกอาจ บุกเข้าไปในห้องผู้ชายเลย!!!!
(ซึ่งก่อนหน้านี้ถาม staff แล้ว staff บอกว่า ผช เข้าห้องส่วนของ ผญ ไม่ได้นะ)
(แต่ ผญ สามารถเข้าห้อง ผช ได้ตามสบาย ฮาาาาา)
โชคดีว่าเราอ่ะจำได้ว่าหมายเลขเตียงคุณผู้ชายคือเลขอะไร จากตอน check-in
(ลักษณะที่นอนเหมือนเป็นแคปซูล มีผ้าม่านปิดไว้)

เราก็เอาเลย ยืนเคาะก๊อกๆๆหน้าห้อง ไม่มีสัญญาณตอบรับ
เปิดประตูแกร่ก... ผงะ 1 ที มีผู้ชายชาวเอเชียถอดเสื้อนั่งอยู่
หันมามองหน้าเราแล้วเค้าก็หน้าเหวอไปนิดนึง เราก็..เอาไงดีวะ
ก็พุ่งตัวเข้าไปเลย พุ่งไปที่เตียงคุณผู้ชาย กระชากผ้าม่าน
(จุดนี้มาคิดว่า ถ้ากรูจำผิดนี่ ทำไงฟร่ะ)
แล้วก็เอา pocket wifi ให้ แล้ววิ่งออกมาเลย ผู้ชายในห้องนั้นคงงงอ่ะ
(มีผู้ชายอยู่ในนั้นประมาณ 4-5 คน แต่มีคนถอดเสื้อแค่คนเดียว หล่อด้วย ฮ่าๆๆๆ)

ก็เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจดี เหอ เหอ




Jul 1, 2013

Dukan Menu

รวบรวมสูตรเมนูอาหารลดน้ำหนัก Dukan จากแหล่งต่างๆ :)

เต้าฮวยนมสด (จาก http://catmint.in.th/almondmilkjelly/ ) (All phases)


ส่วนประกอบเต้าฮวย

นม 0% ขวดกลาง (450cc หรือ 2 cups)
เจลาติน 4 แผ่น
กลิ่น Almond 6 หยด
น้ำตาลเทียมแบบน้ำเชื่อม (ยี่ห้อ Kontrol) 2 ช้อนชา

ส่วนประกอบน้ำราด

น้ำเต้าหูแบบไม่ใส่น้ำตาล
น้ำตาลเทียม

วิธีทำ

ต้มนมให้เดือด เอาลงจากเตา ใส่แผ่นเจลาติน(ที่แช่น้ำอุณหภูมิห้องจนเจลาตินอิ่มน้ำแล้ว)
คนให้ละลาย แล้วใส่น้ำตาลเทียม กลิ่น Almond น้ำไปแช่เย็นให้เต้าฮวยเซ็ทตัว
แกะออกจากพิมพ์แล้วราดด้วยน้ำเต้าหู (เติ่มน้ำตาลเทียมเพิ่มความหวานได้)

ขนมปัง (จาก http://catmint.in.th/dukanbread/ ) (phase 2)


ส่วนประกอบ
ไข่ 1 ฟอง
Philadelphia fat free cream cheese 1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต fat free 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
ยีสต์ 1 ช้อนชา

วิธีทำ
ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ใส่ภาชนะเหลี่ยม เอาเข้าไมโครเวฟ 3-5 นาที
ถ้าเป็นเตาอบ จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที

Pizza (จาก http://catmint.in.th/dukanpizza/ ) (phase 2)

ส่วนประกอบ
Oat Bran 2 ช้อนโต๊ะ
Wheat Bran 1 ช้อนโต๊ะ
นมผง non fat 3 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 2 ฟอง
ผงกระเทียม 1/2 ช้อนชา
โยเกิร์ต non fat 2 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศกระป๋อง 1/2 ถ้วย
หน้า pizza ตามชอบ (ถ้าใส่ชีส ให้ใส่แบบ non fat)

วิธีทำ
ผสม Oat Bran, Wheat Bran, นมผง, ไข่ไก่, โยเกิร์ต, กระเทียมผง เข้าด้วยกัน
ตั้งกระทะ ไฟกลาง นำส่วนผสมที่ตีเข้ากันแล้วเทลงในกระทะ ด้านละ 4 นาที
ใส่มะเขือเทศกระป๋อง และหน้า pizza ลงบน pizza แล้วนำไปอบที่ 350F นาน 10 นาที

เส้นบุกคั่วพริกปลาเผา ( http://catmint.in.th/dietfood2/ ) (All phases) 

ส่วนประกอบ
เส้นบุก 1 ถุง
พริกชี้ฟ้า, กระเทียม, ใบมะกรูด, พริกไท, เกลือ
ปลาดอรี่ ครึ่งตัว

วิธีทำ
นำกระเทียม พริกแห้ง ลงไปทั่วในกระทะ (แนะนำให้ใช้กระทะ teflon จะได้ไม่ต้องใช้น้ำมัน)
จากนั้นใส่เส้นบุกลงไปคั่ว จนได้กลิ่นหอม ใส่ใบมะกรูดลงไป
เมื่อเส้นบุกเริ่มแข็งตัว ให้พักไว้ที่ข้างกระทะ นำปลาลงไปวางข้างละ 2-3 นาที
โรยพริกไท ซีอิ๊วขาว เกลือ ปรุงรสตามชอบ

Chocolate truffle ( http://catmint.in.th/chocolate-truffle/ ) (Phase 2) 

ส่วนประกอบ
ผงโกโก้ 4 ช้อนชา
**แนะนำให้ใช้ผงโกโก้ของ Hershey's Unsweetened 
fat free cream cheese 1 ช้อนโต๊ะ
skimmed milk power 5 ช้อนโต๊ะ
ไข่แดง 2 ฟอง
กลิ่น butter 1 ช้อนชา
น้ำตาลเทียม 3 ช้อนชา

วิธีทำ
ผสมทุกอยากให้เข้ากัน ทิ้งไว้ในตู้เย็นให้ set ตัว เอาช้อนตักมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ
แล้วเอาไปกลิ้งกับผลโกโก้

Sweet Pancake ( http://catmint.in.th/sweet-pancake-dukan-style/ )

ส่วนประกอบแพนเค้ก
ไข่ขาว 2 ฟอง
Oat bran 2 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต fat free 2 ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 1/2 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

ส่วนประกอบหน้าแพนเค้ก
Cream cheese ปริมาณตามใจชอบ
น้ำตาลเทียม (ใส่เพื่อให้มีความหวาน)
กลิ่น Vanilla

วิธีทำ
ผสมส่วนแพนเค้ก แล้วทอดในกระทะ ใส่แล้วเอาหน้าแพนเค้กมาป้ายตามใจชอบ

New York Cheesecake ( http://catmint.in.th/dukan_new_york_cheesecake/ )

ส่วนประกอบ
Yogurt non fat, no sugar 600g
ไข่ขาว 3 ฟอง
ไข่แดง 1 ฟอง
นมผง non fat 3 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
ยีส 2 ช้อนชา
กลิ่นวนิลา, กลิ่นมะนาว

วิธีทำ
ใช้ผ้าขาวบางกรองน้ำออกจากโยเกิร์ต
ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟอง ใส่เกลือเล็กน้อย พักไว้
ผสมไข่แดง นมผง แป้งข้าวโพด ยีส กลิ่นวนิลา กลิ่นมะนาว ตีให้เข้ากัน
เอาส่วนผสมไปตะล่อมให้เข้ากับไข่ขาวที่ตีไว้ แล้วนำไปอบ 45 นาที ที่ 160 องศา (อบแบบใช้น้ำหล่อ)

Brownie ( http://catmint.in.th/dukan-brownie/ ) (Phase 2)

ส่วนประกอบ 1
​Oat bran 9 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลเทียม 2-3 ช้อนโต๊ะ
ผงโกโก้ Low fat/ Fat free 1/3 cup
baking power 1 ช้อนชา

ส่วนประกอบ 2
ไข่ขาว 2 ฟอง
ไข่ 2 ฟอง
โยเกิร์ต fat free 170 g
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา

นำส่วนประกอบ 1 ผสมเข้าด้วยกัน และนำส่วนผสม 2 เข้าด้วยกัน(ใช้มือตีให้เข้ากัน)
จากนั้นนำเทรวมกัน แล้วนำไปอบที่ 350 องศา

Lemon Cheese Pie ( http://catmint.in.th/lemon-cheese-pie/ )

Jun 30, 2013

JAPAN 2013 - 4th day // Kyoto then Kobe



















ตื่นสายอีกตามเคย วันนี้จะไปเที่ยวเกียวโตก่อน 
ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้เราจะไปนอนเกียวโตก็เหอะ เพราะอยากจะไปเดินชมซากุระริมคลอง
ตาม review นี้เลย
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2010/02/E8916216/E8916216.html

แล้วก็พบว่าสวยมากกกกกกกกกกกกกกกก
แต่!!! โคตรหนาว!!!!! ฮ่าๆๆๆๆ
คือดูพยากรณ์อากาศมาแล้ว แต่ก็คิดว่าที่ใส่มาก็น่าจะเอาอยู่นะ
ปรากฏว่าเอาไม่อยู่คับทั่น เดินสั่นงั่กๆๆกัน ฝนก็ตกปรอยๆตอนแรก (ตกกระจายตอนหลัง)
เดินไปนี่ต้องกดไปเอาชาร้อนมากอด มายัดกระเป๋าเสื้อกัน ฮ่าๆๆ

เดินจนหมดระยะแล้วก็ไปนั่งกินมื้อเช้ากันหน้า Lawson
บรรยากาศดีสุดๆอ่ะ
เสร็จแล้วก็กลับไปเดินต่อตามแนวต้นหลิว แล้วก็ไปกินข้าวกลางวันกันที่ร้านโซบะหลายร้อยปี
( http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10804211/E10804211.html )

จากนั้นตามแพลนคือว่าจะไป Kobe ขึ้น Mt.Rokko กัน
แต่ว่าเดินผ่านไปสะดุดตากับป้าย Manga Museum เข้า
คุณผู้ชายอยากเข้ามากกก ก็เลยตกลงให้เลือกก่อนว่า
ถ้าจะเข้า Museum นี่ เราจะไปขึ้น Mt.Rokko ไม่ทันนะ
ซึ่งแน่นอน คุณผู้ชายเลือก Museum ค่ะ!!!

แต่เอาจริงๆ เข้าไปแล้วไม่ผิดหวังเลย ใครไปเที่ยวโตเกียวขอแนะนำว่าให้ลองเข้าไปดูนะ
สำหรับผู้รักการ์ตูน ต้องชอบแน่นอน มีประวัติความเป็นมาขอการ์ตูนญี่ปุ่นด้วย เพลินมาก
แต่เค้าห้ามถ่ายรูปนะ จะมีบอกไว้เลยว่าส่วนไหนถ่ายได้บ้าง ซึ่งก็ไม่ค่อยมีหรอก
( http://www.kyotomm.jp/english/ )

หลังจากออกจาก museum เราก็ตรงไป Kobe เลย
ไปถ่ายรูปกับ Landmark ทั้งหลายแหล่
แต่จุดประสงค์จริงๆของเราคือการมากินอาหารชื่อดังของที่นี่ นั่นก็คือ
Steak Kobe  นั่นเองงงงงงงงงงงงงงงงงง ซึ่งเราเลือกไปร้าน Steak Land
เนื้อเค้าเมพจริงนะ ละลายในปากเลยล่ะ
แต่คุณผู้ชายบอกว่า มันละลายเกินไป จนรู้สึกเหมือนกินก้อนไขมันมากกว่า(ฮาา)

ออกมาจากร้าน เฮือกเลย อากาศอยู่ที่ 9 องศา (กรี๊ดดดดด)
ถึงกะขาแข็งเดินไม่ออกเลย (ก็ชั้นใส่ legging มาตัวเดียวเอง)
รีบกลับมาโรงแรม แต่ก็ไม่วายแวะซุปเปอร์ก่อน ทั้งๆที่ก็อิ่มสุดๆ ตะกละอ่ะคนเรา ฮ่าๆๆ





Jun 25, 2013

JAPAN 2013 - 3rd day // (not) get around OSAKA














อากาศดีจนตื่นยากมากกกกกก แพลนที่วางไว้วันนี้เยอะแยะมากมาย
ไปกิน sushi ที่ fish market Osaka, เดินชมซากุระที่ Kema Sakuranomiya Park
เดินไปต่อที่ Osaka Castle แล้วก็ไปเที่ยววัดอะไรใกล้ๆแถวนั้น ขึ้นตึกชมวิว ก็ว่าไป

ปรากฏว่าจริงๆทำได้ถึงครึ่งก็เก่งแล้ว (- -)

เช้า เดินหนาวๆออกไปขึ้นรถไฟ ไปกิน sushi ตามลายแทงคุณ skybox
( http://pantip.com/topic/30317762 )
ขอเสียของการไปกินตาม review คือ คนไทยจะเยอะมาก = คิวยาวมาก
ขนาดไปเช้าแล้วนะ (เช้าของเรา ไม่เท่ากับเช้าคนอื่นนะ ฮ่าๆๆๆ)
ก็ยังมีคิวประมาณนี้ แต่ก็โชคดีกว่าเราไปกันแค่ 2 คน
counter bar ว่างก็เสียบเลย หุหุ

กินเสร็จก็นั่งรถไฟไปลง Kema Sakuranomiya Park
ที่นี่ ซากุระสวยจนแทบหยุดหายใจเลย
เสียดายว่าฝนตกปรอยๆตลอด กลีบดอกก็ร่วงเอาๆ
แล้วก็มีใบเขียวๆแทงกิ่งออกมาแล้ว ก็ไม่ถึงกับชมพูไปซะหมด มีเขีียวแซมๆ
คิดถึงว่าถ้ามาตรงเวลาเป๊ะ มีแต่สีชมพูไปทั่ว มันจะสวยขนาดไหนนะ
(แค่นี้ก็ว่าสวยมากแล้วนะ)

สวนยาวมากกกกก กว่าจะเดินเสร็จ ดูจาก google map เหมือนจะใกล้ Osaka Castle
แต่เอาจริงๆแล้ว ขาลากเลยค่ะคุ๊ณณณณณ

ไปถึง Osaka Castle ก็เลยเอาแต่กินๆๆๆๆ Softcream, Tako-yaki, Crepe ฟาดให้เรียบ
กระดก Calpis อึกๆๆๆๆ เอาให้หายอยาก (กินแทนน้ำเปล่าเลย)
นั่งพักแช่ๆอยู่แป๊บนึง ก็ขึ้นไปเดินดูข้างใน แล้วก็เดินออกมา (ไกลมวากกกกกกกกกกกกกก)
ฝนก็ตกหนักขึ้น ฮืออออออ ฟ้าฝนไม่เป็นใจเล๊ย

ตามแพลนวันนี้มีขึ้น HEP FIVE ด้วย ถึงอากาศจะขมุกขมัวแค่ไหน ก็ไม่เปลี่ยนแผน
(เพราะต้องไปกิน Ippudo Ramen แถวๆนั้น)

จบจากมื้อเย็นก็กลับเลย เหนื่อยมาก ไม่ไหวจะเดิน ไปกวาดยาแก้ปวดมาจากร้านขายยาด้วย
แวะซุปเปอร์ข้างๆก่อน กวาดมาอีกเหมือนกัน ปลาดิบลดราคา!!!
โอ๊ย นี่มันสวรรค์ชั้น 7 ของชั้นกะคุณผู้ชายจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

นอนหลับฝันดีที่อากาศเย็นๆอีกเช่นเคย