Jun 24, 2013

JAPAN 2013 - 2nd day // I'm in OSAKA!!!







 



ตื่นเช้ามาหาของกินในมาเก๊า และพบว่าไม่มีร้านไหนเปิดเลย เราตื่นเช้าไป!!
เดินงงๆไปเรื่อยๆ แล้วก็จบที่ขนมปัง ตามสไตล์คนโปรตุเกส (ใช่มะ?)

แถมยังโก๊ะได้อีก ตั้งใจรอรถฟรีไป Venetian แล้วนั่งรถฟรีไป Airport อีกต่อ
แต่เพิ่งนึกออกว่ารถฟรีมันเริ่ม 10.30am แต่ไฟลท์เรามัน 11.00am บ้าจริง!
ว่าแล้วก็โบก taxi ไป airport ซะเลย ลุงใจดีไม่คิดค่ากระเป๋าด้วยนะ แอบงง

ใครว่าเกาะมาเก๊าเล็กๆ ไม่เห็นจะจริงเลย นั่ง taxi นี่ meter ขึ้นพั่บๆๆๆ

...

แล้วในที่สุดเราก็มาถึงญี่ปุ่นนนน ผ่าน ตม. ฉลุย (คนเยอะเหมือนกันนะ)
ก่อนอื่นต้องไปเอา pocket wifi ที่สั่งไว้ก่อน ซึ่งใช้คุ้มมาก ขอบอก
(เราใช้บริการเจ้านี้ http://www.wifi-rental.jp)

จากนั้นชีวิตติด online ก็เริ่มขึ้น check-in เสร็จ whatsapp เด้ง เหวิ่งๆๆๆ ฮ่าๆ

จัดการซื้อ pass ทั้งหลายแหล่ แล้วก็มุ่งหน้าสู่ที่พัก
3 คืนแรกเราจะนอนที่ weekly green in namba ที่พักติด 24hrs supermarket ด้วยอ่ะ เริ่ดด
(คุณผู้ชายบอกว่า ถ้ามาเที่ยวอีกที มานอนนี่อีกก็ดีนะ)

ไปเดิน dotonbori เดินไปจองคิวร้านปู (Kani Doraku) แล้วเดินกิน Tako-yaki รอ กินๆๆๆๆๆ
ขอบอกว่าซัดปูไปเยอะมาก มื้อแรกก็จัดเต็มเลย

เดินย่อยแถวๆนั้น กลับที่พักแวะซุปเปอร์ซื้อน้ำหวานและสตรอเบอรี่

นอนหลับฝันดี อากาศดีๆที่สิบกว่าองศาปลายๆ








Jun 23, 2013

JAPAN 2013 - First day at Macau

4 April 2013











เริ่มต้น Trip ที่ Macau เนื่องจากซื้อตั๋วราคาถูกของ Air Macau
ไปกลับจากคนละเมือง Bangkok-Osaka , Tokyo-Bangkok ในราคา 14k บาท
(หลังจากกลับมาแล้วเค้าออกโปรมาถูกกว่านี้อี๊ก ไปกลับเมืองเดียวกัน 10k เอง)

สิ่งที่ต้องแลกกับตั๋วถูกคือ เวลา
เวลา transit นานมาก เป็นวัน ตอนแรกก็ว่าจะนอนสนามบินหรอกนะ (หอบถุงนอนมาด้วย)
แต่ว่าคุณผู้ชายบอกว่านอนโรงแรมเถอะ เถอะ เถอะ
สรุปว่านอนโรงแรม Ole London Hotel ในราคาคืนละ 2300 บาท
ก็ดี ถือโอกาสเที่ยวมาเก๊าซะเลย เพราะก็ยังไม่เคยมา

แต่เสียอยู่ว่าช่วงนี้มาเก๊าฝนตกทั้งวัน อากาศแย่มาก
ขนาดตอนเครื่องบินลงยังมีวูบวาบพอให้หวาดเสียวบ้าง

จากสนามบิน นั่งรถฟรีไป Venetian แล้วก็เดินโต๋เต๋ในนั้นแป๊บนึง
แวะซื้อทาร์ตไข่อะไรก็ว่าไป แอบเซอร์ไพรส์คนขายบอกราคาเป็นภาษาไทย งงดิ
ถึงกะจ่ายตังค์ไม่ถูกเลย ฮ่าๆๆๆ เค้าบอกว่า คนไทยรึป่าว เค้าพูดไทยได้นิดหน่อย
น่ารักมากๆ ตอนจ่ายตังค์เสร็จก็หันมาโบกมือบ๊ายบายให้เราด้วย
เสร็จแล้วก็นั่งรถฟรีไปลงท่าเรือใกล้ๆโรงแรม

ที่ทำได้หลังจาก check-in โรงแรมแล้วก็คือ เดินไปหาอะไรกินที่ Senado Square
แล้วก็เดินเล่นแถวๆนั้นแหละ หาซื้อแชมพู ซึ่งปรากฏว่าหยิบผิดเป็นครีมนวดมา (โง่!!)

มีแพลนจะไปเดินดูนั่นนี่ตาม Casino ก็ล้มเลิกไป เพราะฝนมันตกเยอะไปนะ
หลับถึงโรงแรมแต่เนิ่นๆเลย ยังแวะซื้อของต้มๆมากินด้วย
ต้มรวมทุกอย่าง ราดน้ำเผ็ด เหมือนจะถูกใจคุณผู้ชายที่ชอบกินของต้มอ่ะนะ

เสร็จกิจทุกอย่างแล้ว เข้านอนแต่หัวค่ำ ฝันถึงญี่ปุ่นที่เราจะไปเหยียบพรุ่งนี้กันเถอะ



Sperry Top-sider

Mr.N ซื้อรองเท้าใหม่(อีกละ)
รอบนี้ออกแนววินเทจๆ ซึ่ง Mr.N เคลมว่ายี่ห้อนี้เป็นยี่ห้อแรกที่ทำรองเท้าทรงนี้เลยนะเธอ














*credit: www.sperrytopsider.com

แบบนี้เลยที่คุณเธอซื้อมา
ตอนแรกก็บ่นๆนะ เพราะรองเท้าก็เยอะอยู่แล้ว
แต่พอเห็นของจริง เออ สวยแหะ ชักอยากได้บ้าง ฮ่าๆๆ
เพราะว่ามีแบบของผู้หญิงด้วยไง

ปกติรองเท้าทรงนี้ใส่แล้วมันจะดูเท้าสั้น ถ้าอยากให้ดูสมส่วนมันก็จะหลวมไปอีก
แต่ยี่ห้อนี้ลองแล้วโอเคเลย














*credit: www.sperrytopsider.com

ดูลิเกไปมะ ฮ่าๆๆ
แต่ของจริงใส่แล้วชอบเลย แต่ราคาแรงไปหน่อย ตั้งเกือบ 4 พัน (อ๊ากกกซ์)
ไว้โบนัสออกค่อยว่ากันอีกที

World War Z


ไปดูมาละ "World War Z"

(ช่วงนี้ดูหนังบ่อยเพราะอยากใช้ voucher ให้หมดๆไปซะ)
(ก่อนที่มันจะหมดอายุเพราะลืมใช้ อันนี้เป็นบ่อยเลย)

ไปดูแบบไม่ได้ตั้งใจ จริงอยากดู Superman (version ไม่มีกกน ฮ่าาา)
แต่ว่ารอบมันไม่ได้ ต้องรอนาน เลยเอาวะ
ไม่ได้ดูหนุ่มล่ำ ก็ดูแบรด พิท แทนก็ได้ ไม่ล่ำเท่า แต่หล่อกว่านะ

อยากจะบอกว่า ที่ไปดูนี่ ไม่เคยดูตัวอย่างหนังเลยด้วยซ้ำ
รู้แค่ว่ามีซอมบี้ กะมีแบรด พิท จบแค่นั้น
แถมตอนเราเห็นชื่อหนัง ไม่รู้ทำไมคิดไปถึงเรื่อง War of the World ซะงั้น

แต่พอได้ดูแล้ว อารมณ์มันคล้ายๆเรื่อง Contagion เลย
Contagion นี่คือ โลกเกิดโรคระบาด แล้วเล่าถึงกระบวนการทำงานของเหล่าองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง
เพื่อหาวัคซีนป้องกัน ต้องมีขั้นตอนอะไรยังไง มีใครที่เกี่ยวข้องบ้าง
กึ่งๆสารคดีเลย ดูแล้วรู้สึกได้ความรู้ (ขนาดนั้น)

แต่ World War Z เป็นแบบ อยู่ๆมนุษย์โลกติดเชื้อบางอย่าง
ทำให้กลายเป็นซอมบี้ (คือ อนาคตมันจะเกิดอะไรแบบนี้ได้จริงๆมั๊ยอ่ะ อยากจะรู้)
พระเอกซึ่งเป็นเสมือนโคนันครุง (ไปที่ไหนก็มีแต่หายนะและคนตาย)
ผสมกับจอห์น แมคเคลน (Die hard คนอึดตายยาก ฆ่ายังไงก็ไม่ตายนะ)
ต้องจากลูกเมียมาคุ้มกัน ดร. ที่รับหน้าที่ออกตามหาต้นตอของโรค
แล้วอยู่ๆ ดร. ก็ดันมาตายเพราะความซุ่มซ่าม (ตายเร็วไปมั๊ย)
พระเอกก็ต้องรับหน้าที่นั้นแทน ซึ่งบังเอิญว่าพระเอกก็ฉลาดซะด้วย

ฮ่าๆๆๆ เขียนไปเขียนมาเหมือนประชดเลย!!! ให้ตายเหอะ!!!!

พล็อตเรื่องมันก็มีเท่านี้แหละ หนังก็ตื่นเต้น ลุ้นๆ ตลอดทั้งเรื่อง
ลุ้นนี่คือลุ้นว่าเวลาเดินไปในตึกเงียบๆ จะมีซอมบี้โผล่มาเมื่อไหร่!!!
แล้วก็มีฉากแอคชั่น ยิงปืนปาระเบิดบ้าง ที่เป็นไฮไลท์ก็คงจะเป็นฉากซอมบี้ปีนกำแพง

แล้วตอนจบก็เฉลยเหมือนๆเรื่องแนวๆนี้ทั่วๆไป (ยกเว้น Contagion นะ เพราะนั่นมันสารคดีชัดๆ)
คือไวรัสมันต้องมีจุดอ่อนล่ะ บางเรื่องก็เป็นน้ำเปล่า บางเรื่องก็เป็นหมาเป็นแมว
แต่เรื่องนี้เป็น.... แต่นๆๆๆแต๊นนนนนน

เป็นความอ่อนแอของมนุษย์นั่นเอง

คือไวรัสต้องการแพร่พันธุ์ในร่างที่แข็งแรง ฉะนั้นมนุษย์คนไหนที่ป่วย มันจะข้ามไป
สุดท้ายก็เลยใช้วิธีฉีดเชื้อโรคเข้าร่างกายตัวเอง เป็นการอำพรางตัวจากซอมบี้
แล้วก็จัดการกวาดล้างมันไปจากโลกซะ
(ในหนังไม่ได้มีฉากนี้นะ แค่ก็เล่าๆบทสรุป ตัดๆไปว่าต่อไปจัดการยังไง)

หนังดูสนุก มีให้ลุ้นระทึกทั้งเรื่อง
ฉาก action ไม่ค่อยเยอะมาก แต่โดยรวมแล้วก็ไม่น่าเกลียดอะไร
ดูจบ ออกมาจากโรง ปวดหัวเล็กน้อย อาจจะเพราะฉากมันสวิงไปมาบ่อยไปหน่อย

แต่เพราะความหล่อของแบรด เราเลยให้อภัยนะ!!!! ฮ่าๆๆๆ

Jun 16, 2013

Now You See Me


ไปดู Now you see me มาละ
มีความคาดหวังหลังจากดู Trailer มาเล็กน้อย
เพราะปกติหนังแนวมายากลมันไม่ค่อยมีให้ดู (หรือจริงๆก็เพราะตัวเองไม่ค่อยได้ดูนี่แหละ)
ที่ดูแล้วตราตรึงใจม๊ากกก ก็คือเรื่อง The Prestige
ดูแล้วแบบ อู๊ววว อ๊าาาาาา ตอนเฉลยท้ายเรื่องก็ ห๊าาาาา ตะลึงพรึงเพริศกันไป

เพราะเห็น Trailer Now you see me ก็เลยตื่นเต้น เฝ้ารอ อยากไปดู
สบโอกาสก็ใช้ Voucher ฟรีที่ได้มา ไปดู (แหะๆ)

( S P O I L )

เรื่องมันดูเฉลยง่ายไปมั๊ยนะ ความตื่นเต้นมันเบาบางมาก
เดาง่ายมากด้วย มายากลก็ดูเว่อร์ๆ ไม่ค่อยเนียนไม่ค่อยสมจริง
สมจริงในที่นี่หมายถึง ดูแล้วเชื่อว่ามันสามารถทำได้จริง ไรงี้
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ค่อยให้ความรู้สึกนี้ซักเท่าไหร่
ถ้าบอกว่าไม่ใช่มายากล แต่เป็นเวทมนตร์เนี่ย จะให้ความรู้สึกอินกว่าอีกนะ
ไอ่ฉากเปิดตัวเครื่องย้ายมวลสาร (เรียกงี้ป่ะ)
สะบัดผ้าพริ้วปลิววนๆๆๆๆอย่างก๊ะใช้เวทย์ คือแค่เอาม่านมาคลุมแล้วเปิดออกก็โอมั๊ง
มันทำให้ดูเว่อร์ไปหน่อย มันให้มายากลมันดูโดด
ทั้งที่จริงหนังมันก็ใช้มายากลที่เป็นทริคง่ายๆ หลอกสายตาคนดูแค่นั้นเอง

ในแง่ของมายากล ไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไหร่เลย
ไม่ทำให้เรารู้สึกเซอร์ไพรส์หรืออะไร

ในส่วนการปล้น มันก็ดูไม่ฉลาดเท่าแบบ Ocean 11 ไรงี้

มันดูเหมือนไม่สุดซักทาง
จะแนวมายากล มันก็ไม่พลิก ไม่เซอร์ไพรส์
จะแนวปล้นเท่ๆ มันก็ไม่เท่ขนาดนั้น ไม่ให้ความรู้สึกเท่ขนาดนั้น

ที่สำคัญคือ พี่มาร์ค รัฟฟาโล แกเล่นซะดูเหมือนคนติ๊งต๊องจริงๆเลย
พี่แกจะกลับลำมาเป็นตัวไคลแมกซ์ท้ายเรื่อง ให้คนดูเซอร์ไพรส์
แต่ความรู้สึกก็ยังเหมือนแกเป็นคนต๊องๆ ไม่ได้เรื่องได้ราวอยู่แล้ว
(แต่ความหล่อยังให้เต็ม 100 นะฮะ ชอบตอนเป็น hulk มากกว่าล้านเท่า)

ตอนเฉลยอะไรต่างๆ ก็พูดกันเป็นฉากๆ ไม่ให้ความรู้สึกลึกลับอะไรเท่าไหร่

สรุปคือ ผิดหวัง (แต่ดีใจที่ใช้ voucher ที่ได้มาฟรี)
ทั้งเรื่องชอบแค่พี่มาร์ค 555555
ถ้ามายากลจะไม่เวอร์ขนาดนั้น ถ้าเฉลยมันจะไม่แบนระนาบขนาดนั้น
ถ้าให้ความสำคัญกับนักมายากล เพิ่มมิติมากขึ้น
คงจะเป็นหนังที่เราชอบมากกว่านี้นะ


ถึง The Prestige มันจะเว่อร์ตรงที่บอกว่าสามารถ duplicate คนขึ้นมาได้
แต่โดยรวมแล้วก็ยังเป็นหนังมายากลที่สุดยอดอยู่ดี!!!!